ปันธรรม: 30 สิงหาคม 2568

น้ำหยดทีละหยดเต็มภาชนะได้ฉันใด บาปแม้สั่งสมทีละน้อยย่อมเต็มด้วยบาปฉันนั้น

เราไม่ควรดูหมิ่นบาปว่า บาปมีประมาณน้อยจะไม่มาถึง
แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมาทีละหยาดได้ฉันใด
คนพาลเมื่อสั่งสมบาปแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบาปได้ฉันนั้น

มาวมญฺเญถ ปาปสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ
อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ
อาปูรติ พาโล ปาปสฺส โถกํ โถกํปิ อาจินํ.

เกร็ดเรื่องราว

ครั้งหนึ่ง ในสมัยพระพุทธกาล
พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ในวัดเชตวัน

ทรงกล่าวถึ่งภิกษุรูปหนึ่งผู้ไม่ถนอมบริขาร (เครื่องใช้สอยของพระสงฆ์)
ใช้แล้วก็ทิ้งไว้ ทำให้เสียหายไป
เพราะฝนบ้าง แดดบ้าง ถูกสัตว์ เช่น มด ปลวก กัดแทะบ้าง

แม้ภิกษุอื่นกล่าวเตือน ภิกษุนั้นกลับกล่าวว่า

“สิ่งที่ผมทำนั้นเพียงเล็กน้อย บริขารนั่นไม่มีจิต ความวิจิตรก็ไม่มี”

และภิกษุนั้นก็ยังคงประพฤติเช่นเดิมอยู่

ภิกษุอื่น จึงกราบทูลกิริยาของภิกษุนั้นแด่พระศาสดา

พระศาสดารับสั่งให้เรียกภิกษุนั้นมา แล้วตรัสถามว่า

“ภิกษุ ข่าวว่าเธอทำอย่างนั้นจริงหรือ”

ภิกษุนั้นก็ตอบดังเดิมว่า

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้อนั้นจะเป็นอะไร
ข้าพระองค์ทำกรรมเล็กน้อย
บริขารนั้นไม่มีจิต ความวิจิตรก็ไม่มี”

เมื่อนั้น พระศาสดาจึงตรัสกับภิกษุนั้นว่า

“อันภิกษุทั้งหลาย
ขึ้นชื่อว่าบาปกรรม
ใครๆ ไม่ควรดูหมิ่นว่านิดหน่อย เหมือนอย่างว่า
ภาชนะที่เขาเปิดปากตั้งไว้กลางแจ้ง
เมื่อฝนตกอยู่ ไม่เต็มได้ด้วยหยาดน้ำหยาดเดียวโดยแท้
ถึงกระนั้น เมื่อฝนตกอยู่บ่อยๆ
ภาชนะนั้นย่อมเต็มได้แน่ๆ ฉันใด
บุคคลผู้ทำบาปกรรมอยู่
ย่อมทำกองบาปให้ใหญ่โตขึ้นโดยลำดับได้อย่างแน่ๆ ฉันนั้นเหมือนกัน”

ดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถาข้างต้น…

ที่มา: เรื่องภิกษุไม่ถนอมบริขาร ใน คาถาธรรมบท ปาปวรรคที่ 9 พระไตรปิฎกเล่มที่ 25
https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=587&Z=617