Category: prayer

  • บทสวดมนต์: โมระปะริตตัง (อุเทฯ)

    บทสวดมนต์: โมระปะริตตัง (อุเทฯ)

    อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา
    หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
    ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
    ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง
    เย พ๎ราห๎มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
    เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
    นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา
    นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
    อิมัง โส ปะริตตัง กัต๎วา โมโร จะระติ เอสะนา ฯ

    อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชา
    หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
    ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
    ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง
    เย พ๎ราห๎มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
    เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
    นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา
    นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
    อิมัง โส ปะริตตัง กัต๎วา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ฯ

    คำแปล

    อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา
    หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส

    พระอาทิตย์เป็นดวงตาของโลก เป็นเจ้าแห่งแสงสว่าง
    กำลังอุทัยขึ้นมา สาดแสงสีทองส่องพื้นปฐพี

    ตัง ตัง นะมัสสามิ

    เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าขอนอบน้อม ซึ่งพระอาทิตย์นั้น

    หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง

    ผู้สาดแสงสีทองส่องพื้นปฐพี

    ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง

    ข้าพเจ้าทั้งหลาย อันท่านคุ้มครองแล้ว
    พึงอยู่เป็นสุข ตลอดเวลากลางวันวันนี้

    เย พ๎ราห๎มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม

    ท่านผู้ลอยบาปได้แล้ว เหล่าใด
    เป็นผู้รู้จบในธรรมทั้งปวง

    เต เม นะโม

    ขอท่านผู้ลอยบาปแล้วเหล่านั้น
    จงรับความนอบน้อมของข้าพเจ้าเถิด

    เต จะ มัง ปาละยันตุ

    ขอท่านผู้ลอยบาปแล้วเหล่านั้น โปรดรักษาข้าพเจ้าด้วยเถิด

    นะมัตถุ พุทธานัง

    ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย

    นะมัตถุ โพธิยา

    ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย

    นะโม วิมุตตานัง

    ความนอบน้อมของข้าพเจ้า
    จงมีแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว จากกิเลสทั้งหลาย

    นะโม วิมุตติยา

    ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่วิมุตติธรรม

    อิมัง โส ปะริตตัง กัต๎วา โมโร จะระติ เอสะนา ฯ

    นกยูงนั้น กระทำปริตอันนี้แล้ว จึงเที่ยวไปแสวงหาอาหาร

    อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชา
    หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส

    พระอาทิตย์เป็นดวงตาของโลก เป็นเจ้าแห่งแสงสว่าง
    กำลังลาลับไป จากการส่องแสงแก่พื้นปฐพี

    ตัง ตัง นะมัสสามิ

    เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าขอนอบน้อม ซึ่งพระอาทิตย์นั้น

    หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง

    ผู้สาดแสงสีทองส่องพื้นปฐพี

    ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง

    ข้าพเจ้าทั้งหลาย อันท่านคุ้มครองแล้ว
    พึงอยู่เป็นสุข ตลอดเวลากลางวันวันนี้

    เย พ๎ราห๎มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม

    ท่านผู้ลอยบาปได้แล้ว เหล่าใด
    เป็นผู้รู้จบในธรรมทั้งปวง

    เต เม นะโม

    ขอท่านผู้ลอยบาปแล้วเหล่านั้น
    จงรับความนอบน้อมของข้าพเจ้าเถิด

    เต จะ มัง ปาละยันตุ

    ขอท่านผู้ลอยบาปแล้วเหล่านั้น โปรดรักษาข้าพเจ้าด้วยเถิด

    นะมัตถุ พุทธานัง

    ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย

    นะมัตถุ โพธิยา

    ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย

    นะโม วิมุตตานัง

    ความนอบน้อมของข้าพเจ้า
    จงมีแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว จากกิเลสทั้งหลาย

    นะโม วิมุตติยา

    ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่วิมุตติธรรม

    อิมัง โส ปะริตตัง กัต๎วา โมโร จะระติ เอสะนา ฯ

    นกยูงนั้น กระทำปริตอันนี้แล้ว จึงพักผ่อนหลับนอนแล ฯ

  • บทสวดมนต์: ชยปริตร

    บทสวดมนต์: ชัยมงคลคาถา (ชยปริตร)

    มะหาการุณิโก นาโถ          หิตายะ สัพพะปาณินัง

    ปูเรต๎วา ปาระมี สัพพา                ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง

    เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ                 โหตุ เต ชะยะมังคะลัง

    ชะยันโต โพธิยา มูเล          สัก๎ยานัง นันทิวัฑฒะโน

    เอวัง ต๎วัง วิชะโย โหหิ                 ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล

    อะปะราชิตะปัลลังเก                   สีเส ปะทะวิโปกขะเล

    อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง              อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ

    สุนักขัตตัง สุมังคะลัง                  สุปปะภาตัง สุหุฏฐิตัง

    สุขะโณ สุมุตโต จะ                     สุยิฏฐัง พ๎รัหมะจาริสุ

    ปะทักขิณัง กายะกัมมัง                วาจากัมมัง ปะทักขิณัง

    ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง                ปะณิธิ เต ปะทักขิณา

    ปะทักขิณานิ กัตวานะ                 ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ ฯ

    คำแปล

    ขอท่านจงมีชัยชนะในมงคลพิธี

    เหมือนพระจอมมุนีทรงชนะมารที่โคนโพธิพฤกษ์

    ถึงความเป็นผู้เลิศในสรรพพุทธาภิเษก

    ทรงปราโมทย์อยู่เหนืออปราชิตบัลลังก์อันสูง เป็นจอมมหาปฐพี

    ทรงเพิ่มพูนความยินดีแก่เหล่าประยูรญาติศากยวงศ์ –ฉะนั้นเทอญ.

     

    เวลาที่ประพฤติชอบ ชื่อว่าฤกษ์ดี มงคลดี

    สว่างดี รุ่งดี แลขณะดี ครู่ดี

    บูชาแล้วดีในพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย

     

    กายกรรมเป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา

    วจีกรรมเป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา

    มโนกรรมเป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา

    ความปรารถนาของท่านเป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา

     

    การประทักษิณ คือ การเดินเวียนขวารอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบุคคลที่ตนเคารพ ซึ่งเป็นการให้เกียรติ การเคารพสูงสุด อันเป็นมงคลสูงสุด การกล่าวว่า  กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ความปรารถนาเป็นประทักษิณเบื้องขวาหรือเวียนขวานั้น จึงหมายถึงการทำการพูดการคิดที่เป็นมงคล  และผลที่ได้รับก็หมายถึงผลที่เป็นมงคลอันสูงสุด

     

    จึงกล่าวได้ว่า วันใดที่ตั้งใจทำความดีทั้งทางกาย วาจา และใจ เมื่อนั้นแหละถือเป็นฤกษ์ดี มงคลดี ยามดี ขณะดี ครู่ดี ทานที่ถวายแก่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ในวันนั้น จึงเป็นทานดี เป็นสิ่งที่ดี ดั้งนั้น เมื่อทำความดีแล้ว ย่อมได้รับผลดี

  • บทสวดมนต์: เมตตานิสังสะสุตตะปาโฐ (เมตตา)

    บทสวดมนต์:  เมตตานิสังสะสุตตะปาโฐ (บทเมตตาฯ)

          เอวัมเม สุตัง ฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน
    อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม ฯ ตัต๎ระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ภิกขะโวติ ฯ
    ภะทันเตติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง ภะคะวา เอตะทะโวจะ

          เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ
    ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ
    เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขา ฯ กะตะเม เอกาทะสะ ฯ สุขัง สุปะติ สุขัง
    ปะฏิพุชฌะติ ฯ นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ ฯ มะนุสสานัง ปิโย โหติ ฯ
    อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ ฯ เทวะตา รักขันติ ฯ นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา
    กะมะติ ฯ ตุวะฏัง จิตตัง สะมาธิยะติ ฯ มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ ฯ อะสัมมุฬโห
    กาลัง กะโรติ ฯ อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติ ฯ

         เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ
    ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ
    อิเม เอกาทะสานิสังสาปาฏิกังขาติ ฯ อิทะมะโวจะ ภะคะวา ฯ
    อัตตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุนติ ฯ

    เกล็ดน่ารู้